ประวัติหลวงโภคา


Block Image

ประวัติหลวงโภคา

นายจูบุนเฮียน เดินทางจากประเทศจีน โดยขออาศัยเรือและทำงานในเรือเป็นค่าตอบแทน จนกระทั่งถึงประเทศไทย พร้อมเงินติดตัวเพียง 2 เหรียญ เสื้อผ้ามีไม่กี่ชุดและเสื่อผืนหมอนใบ เริ่มทำงานรับจ้างแรงงานที่อำเภอท้ายเหมือง และอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาจนกระทั่งพอมีเงินเก็บบ้าง มีความคิดที่จะย้ายไปทำงานที่อื่นเพื่อความก้าวหน้า จึงออกเดินทางรอนแรมในป่าเป็นเวลาหลายคืน เมื่อถึงจังหวัดพังงาก็เข้าไปหาเจ้าเมือง เจ้าเมืองพังงาได้เห็นถึงความมานะอดทนจึงรับไว้ทำงาน และเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ต่อมานายจูบุนเฮียนได้เดินทางจากจังหวัดพังงามาอยู่ที่ตำบลเขาเขน อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ได้รับแต่งตั้งเป็น " ขุน "ชื่อว่า " ขุนเศรษฐภักดี " และได้ทำการสมรสกับ นางทองเปลียว ซึ่งอยู่ตำบลเขาเขน และทั้งสองช่วยกันทำมาหากินค้าขายจนร่ำรวยมาก แต่ก็โดนโจรปล้นจนหมดตัวเพราะสมัยนั้นไม่มีธนาคาร ต่อมาได้เงินที่ลูกชายคนโต (ขุนศักดิ์ศาสตราคม) ฝังดินไว้มาลงทุนค้าขายสร้างตัวใหม่และย้ายเข้ามาอยู่ที่ตัวเมืองกระบี่ บริเวณบ้านตลาดเก่าปัจจุบันและได้ทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2471 รวมอายุ 79 ปี


ผลงานและเกียรติคุณที่เคยได้รับที่จังหวัดกระบี่

เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งขุนเศรษฐภักดี ได้เข้ามาทำงานค้าขายและรับใช้บ้านเมืองอย่างเต็มความสามารถ จนได้รับความไว้วางใจจากทางราชการให้ดำรงตำแหน่งขุนคลังของเมืองกระบี่มีหน้าที่ดูแลฝ่ายการเงินทั้งหมดของจังหวัดกระบี่ ทำหน้าที่เก็บภาษีอากรบ่อนเบี้ย เก็บภาษีโรงเหล้า โรงฝิ่น ในปี พ.ศ. 2459 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามสกุลจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 6) ว่า " จูฑามาตย์ " และต่อมาไม่นานก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็น รองอำมาตย์เอกหลวงโภคาพิพัฒน์ (รองเจ้าเมืองกระบี่ สมัยพระยาคงคาธราธิบดีเป็นเจ้าเมือง) และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิศริยาภรณ์มงกุฎสยามชั้นที่ 5 ชื่อ" วิจิตราภรณ์ และช้างเผือกชั้นที่ 5 ชื่อ"ทิพยาภรณ์ " หลวงโภคาพิพัฒน์ ได้เล็งเห็นความสำคัญทางการศึกษา จึงได้รับบริจาคห้องแถวสองห้องซึ่งอยู่ที่ตลาดปากน้ำ เพื่อให้บุตรหลานและเด็กได้เล่าเรียน เดิมเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีน ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นโรงเรียนราษฎร์ที่สอนวิชาสามัญระดับประถมศึกษา ชื่อโรงเรียนจูฑามาตยานุกูล และต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นโรงเรียนในรูปแบบของ " มูลนิธิ " และเปลี่ยนชื่อเป็น " โรงเรียนโภคาพานิชนุกูล มูลนิธิ " ปัจจุบันเปิดทำการสอนอยู่ หลวงโภคาฯยังได้สร้างวัดในชุมชนตลาดเก่าวัดหนึ่งชื่อว่า " วัดโภคาจูมาตย์ " นับได้ว่าหลวงโภคาฯเป็นบุคคล ที่เป็นแบบอย่างในการสร้างตัวสร้างฐานะของตนเองจากเสื่อผืนหมอนใบ จนประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตและจากคำบอกเล่า ท่านยังเป็นผู้ที่ใจบุญมักจะบริจาคเงินช่วยเหลือสังคม และให้เงินคนยากจนไปเป็นทุนทำมาหากินอยู่เสมอ...